INDEGO Monthly Outlook August 2019

“The Blinking Green Light”

สินทรัพย์หลายประเภททั่วโลกปรับตัวขึ้นขานรับท่าทีนโยบายการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางทั่วโลก

    เดือนที่ผ่านมาสินทรัพย์หลายประเภททั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการที่ธนาคารกลางหลักส่งสัญญาณการใช้นโยบายการเงินเชิงผ่อนคลาย และความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ลดลง ราคาตราสารหนี้หลายประเภทปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้ง REITs ไทยและต่างประเทศก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน แม้ว่าจะเกิดการขายทำกำไรของนักลงทุนบางส่วน ด้านหุ้นโลกปรับตัวขึ้นนำโดยตลาดหุ้นจีนและอินเดีย สำหรับราคาน้ำมันนั้นมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันของกลุ่ม OPEC ในขณะที่ราคาทองปรับตัวขึ้นเล็กน้อย

Fed ส่งสัญญาณผ่อนคลายน้อยกว่าที่นักลงทุนคาดหวัง ในขณะที่ ECB มีโอกาสกลับมาทำ QE อีกครั้ง

    คณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) มีมติ 8 ต่อ 2 เสียง ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 2.00-2.25% เพื่อประคองเศรษฐกิจที่อาจได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ รวมถึงประกาศยุติการลดขนาดงบดุลไวกว่ากำหนดการเดิมในเดือน ก.ย.

    คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ถูกแต่งตั้งให้เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในเดือน ต.ค. อีกทั้ง ECB ได้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0% และมีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรือ ทำการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) อย่างเร็วที่สุดในเดือน ก.ย. นี้

    ฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ได้ส่งสัญญาณจะใช้นโยบายการเงินเชิงผ่อนคลายเพิ่มเติมเพื่อรักษาทิศทางของอัตราเงินเฟ้อ

ประธาน EC และ ECB คนใหม่มีนโยบายพยุงเศรษฐกิจ สำหรับนายกอังกฤษคนใหม่อาจทำให้เกิด No-Deal Brexit

    คริสติน ลาการ์ด จะเข้ามาดำรงตำแหน่งประธาน ECB หญิงคนแรก เป็นระยะเวลา 8 ปี ในช่วงเดือน พ.ย. นี้ เรามองว่าการที่ลาการ์ดเข้ามาดำรงตำแหน่งจะเป็นเรื่องดีสำหรับสหภาพยุโรป เนื่องจากตลาดได้คาดว่าลาการ์ดน่าจะดำเนินนโยบายการเงินเชิงผ่อนคลาย (Dovish) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยุโรปที่กำลังชะลอตัว

    เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนี ได้รับการคัดเลือกให้ดำรง ตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการยุโรปหญิงคนแรก และจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในเดือน พ.ย. นี้ เรามองว่ามีโอกาสที่เลเยนจะรวมสหภาพยุโรปให้เป็นหนึ่งเดียว และคัดค้านในประเด็น No-Deal Brexit

    บอริส จอห์นสัน ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ภายหลังเป็นผู้ชนะในการชิงตำแหน่งผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยม เรามองว่าจอห์นสันจะทำให้อังกฤษออกจาก EU โดยเขาเป็นผู้รณรงค์ให้อังกฤษถอนตัวจาก EU ในการลงประชามติ 2016

✔ สงครามการค้ามีแนวโน้มยืดเยื้อ และราคาน้ำมันปรับตัวอยู่ในกรอบภายหลังกลุ่ม OPEC+ ปรับลดกำลังการผลิต

    ภายหลังการประชุม G20 สถานการณ์การเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ เป็นไปได้ด้วยดี โดยสหรัฐฯ ได้มีการยกเลิกการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนวงเงิน 3.25 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และให้บริษัทจีนที่ถูกห้ามทำธุรกิจกับสหรัฐฯ รวมถึง Huawei ให้สามารถทำธุรกิจในสหรัฐฯ ได้ดังเดิม นอกจากนี้การเจรจาการค้าครั้งล่าสุดมีความคืบหน้าเล็กน้อย ซึ่งสหรัฐฯ ได้ออกมากล่าวให้จีนนำเข้าสินค้าเกษตรเพิ่มมากขึ้น โดยจะมีการเจรจาการค้าอีกครั้งในเดือน ก.ย. นี้

    ในการประชุมล่าสุดของกลุ่ม OPEC+ ได้มีมติลดสัดส่วนการผลิตน้ำมันลง 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน อีกเป็นระยะเวลา 9 เดือน เพื่อพยุงราคาน้ำมันจากความกังวลที่เศรษฐกิจที่อาจจะชะลอตัวจากสงครามการค้า และยอดการผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นซึ่งยังคงกดดันราคาน้ำมันอยู่

✔ ข้อพิพาทระหว่างเกาหลีและญี่ปุ่น จากสงครามโลกสู่สงครามการค้า

    สงครามการค้าระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นมีชนวนความขัดแย้งมาจากประวัติศาสตร์ของทั้งสองประเทศสมัยสงครามโลก ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นได้ถอดถอนเกาหลีใต้ออกจาก Whitelist โดยบริษัทผู้ผลิต Semiconductor ในเกาหลีใต้ไม่สามารถดำเนินการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากขาดสารสำคัญในการผลิต ซึ่งอาจส่งผลให้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ได้รับผลกระทบเนื่องจากหุ้นกลุ่ม Semiconductor เป็นหุ้นกลุ่มที่มีน้ำหนักมากที่สุดในดัชนีตลาดหุ้นเกาหลีใต้

✔ บริษัทจดทะเบียนทั่วโลกเริ่มเข้าสู่ช่วงประกาศผลประกอบการ ซึ่งส่วนมากมีผลประกอบการดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

    รายได้โดยภาพรวมของบริษัทจดทะเบียนทั่วโลกที่มีการทยอยประกาศออกมาในไตรมาสที่ 2 ส่วนใหญ่เติบโตขึ้นโดยเฉพาะบริษัทที่จดทะเบียนในดัชนี SENSEX และ NASDAQ ขณะที่กำไรหดตัวเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปีที่แล้ว แต่ยังคงดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์

✔ แนะนำลงทุนในตราสารหนี้ที่มีคุณภาพสูงจากนโยบายการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางหลักทั่วโลก

    ธนาคารกลางทั่วโลกส่งสัญญาณ Dovish จากข้อพิพาททางการค้าที่ยืดเยื้อและเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว จากสถิติในอดีตที่ผ่านมาทั้งในช่วงก่อนและหลังธนาคารกลางประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้นมีแนวโน้มปรับตัวลดลงแรงกว่าระยะยาว ส่งผลให้ส่วน Yield Spread มีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้มูลค่าตลาดตราสารหนี้ที่ให้อัตราผลตอบแทนติดลบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2018 คิดเป็น 25% ของมูลค่าตราสารหนี้คุณภาพสูง เรามองว่าจากท่าที Dovish ของธนาคาร ทั้งการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และการกลับมาทำมาตรการ QE อาจทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้จนทำให้มูลค่าตลาดตราสารหนี้มีอัตราผลตอบแทนติดลบสูงขึ้น ดังนั้นนักลงทุนที่เข้าไปลงทุนก่อนจะได้ประโยชน์จากส่วนต่างราคาจากการขาย โดยเรายังคงแนะนำให้ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีคุณภาพสูง

✔ REITs มีการพักฐานในระยะสั้น แต่ในระยะยาวยังเป็นแหล่งสร้างกระแสเงินสดที่น่าสนใจ

    ในเดือนที่ผ่านมาดัชนี SETPREIT และ FSTREI มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ก่อนที่ดัชนี SETPREIT จะถูกขายทำกำไรและปรับตัวลงแรง โดยส่วนหนึ่งที่มีการปรับตัวลงแรงเนื่องจากมีสภาพคล่องต่ำ ขณะที่ดัชนี FSTREI ได้ถูกขายทำกำไรเล็กน้อย ซึ่งอาจมีการพักฐานในระยะสั้น เรามองว่า REITs ไทยและสิงคโปร์ แม้ว่าจะมีการปรับตัวลงในเดือนที่ผ่านมา แต่ REITs ทั้ง 2 ประเทศ ยังคงน่าสนใจเนื่องจากให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับสูง และส่วนต่างระหว่างอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลและพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ยังอยู่ในระดับเส้นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี

✔ ทองคำมีปัจจัยบวกสนับสนุนมากขึ้นหลังจากธนาคารกลางทั่วโลกส่งสัญญาณการใช้นโยบายการเงินเชิงผ่อนคลาย

    ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นจนสามารถทะลุแนวต้านและยืนเหนือที่บริเวณ 1,400 ดอลลาร์ ได้สำเร็จ เรามองว่าราคาทองคำยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นจากการที่ธนาคารกลางหลักทั่วโลกส่งสัญญาณ Dovish ความตึงเครียดด้านการเมืองที่เพิ่มขึ้น อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงของพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี มีแนวโน้มปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ค่าเงินดอลลาร์ที่มีแนวโน้มอ่อนค่า และแรงซื้อจากกองทุน SPDR อีกทั้ง เรย์ ดาลิโอ ผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ออกมาแสดงมุมมองบวกต่อทองคำว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นหลังโลกเริ่มเข้าสู่การเปลี่ยนกระบวนทัศน์การลงทุนครั้งใหม่

✔ แนะนำลงทุนในหุ้นยุโรปขานรับแนวโน้มการกลับมาใช้นโยบายการเงินเชิงผ่อนคลายของ ECB สำหรับพอร์ตเสี่ยงสูง

    เรามองว่าหุ้นยุโรปมีความน่าสนใจมากขึ้นจากแนวโน้มการเติบโตของกำไร และระดับ Forward P/E ที่ยังไม่ได้อยู่ในระดับแพง รวมทั้ง Dividend Yield Gap และ Earning Yield Gap ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ประกอบกับมีแนวโน้มที่ ECB จะกลับมาใช้นโยบายผ่อนคลายการเงินเชิงปริมาณ (QE) อีกทั้งตลาดมีการปรับประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนขึ้น แต่ยังคงมีประเด็นความเสี่ยงในเรื่อง No-Deal Brexit

✔ เศรษฐกิจโลกปี 2019 มีแนวโน้มเติบโตช้าลง โดย IMF มีการปรับค่าคาดการณ์ GDP โลกลดลง

    เศรษฐกิจสหรัฐฯ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรยังคงแข็งแกร่ง นอกจากนี้ตัวเลขการนำเข้าและส่งออกรวมถึง GDP ขยายตัวเล็กน้อย ในขณะที่ตัวเลขภาคการผลิตและภาคการบริการขยายตัวชะลอลง

    เศรษฐกิจยุโรป ตัวเลขภาคการบริโภคและภาคการบริการยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ตัวเลขภาคการผลิตหดตัว อย่างไรก็ตามมีโอกาสที่ประธาน ECB คนใหม่จะใช้นโยบายการเงินเชิงผ่อนคลายและทำ QE อีกครั้ง

    เศรษฐกิจญี่ปุ่น ตัวเลขภาคการส่งออกและภาคการผลิตหดตัว ขณะที่ภาคการบริการมีความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ และความเสี่ยงด้านการขึ้นอัตราภาษีการบริโภคจาก 8% เป็น 10% ในเดือน ต.ค. นี้

    เศรษฐกิจกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ มีแนวโน้มดีขึ้นจากท่าทีนโยบายการเงินเชิงผ่อนคลาย แต่ยังคงต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงด้านสงครามการค้า

    เศรษฐกิจจีน ตัวเลข GDP ขยายตัวตามคาดการณ์ ตัวเลขภาคการบริโภคเติบโตอย่างสม่ำเสมอ ตัวเลขภาคการบริการขยายตัวลดลง ในขณะที่ตัวเลขภาคการผลิตชะลอตัวลง อีกทั้งจีนได้เปิดช่องทางการลงทุนหุ้นนวัตกรรมใหม่

    เศรษฐกิจไทย ยังคงชะลอตัว แต่เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น โดยหุ้นขนาดกลางและเล็กยังคงน่าสนใจ จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ นอกจากนี้บริษัทจดทะเบียนเริ่มประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 2 โดยหุ้นกลุ่มธนาคารมีกำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย

    เศรษฐกิจเวียดนาม ตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และโมเมนตัมที่ส่งสัญญาณเชิงบวก แสดงให้เห็นถึงช่องทางการลงทุนในระยะกลางถึงยาว

บทสรุป “The Blinking Green Light”

     เรามองว่าเศรษฐกิจในภาพรวมทั่วโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากประเด็นสงครามการค้าที่อาจมีความยืดเยื้อ อย่างไรก็ตามธนาคารกลางหลักทั่วโลกจะมีการใช้นโยบายการเงินเชิงผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แนะนำติดตามผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาสที่ 2 ทั่วโลกต่อเนื่อง และกระจายการลงทุนในหลายสินทรัพย์ตามโมเดลพอร์ต โดยเฉพาะสินทรัพย์ Yield Play เสริมด้วยหุ้นที่มีการเติบโตสูงทั่วโลกในเชิงโครงสร้างและหุ้นในกลุ่มที่อิงการเติบโตกับภาคการบริโภคและภาคบริการภายในประเทศ

INDEGO 
Independence on Global Opportunities

Company
  • Service
  • Investment
  • Why Us
  • Insight
  • Team
Information

100/57, 28th floor, Sathorn Nakorn Tower, North Sathorn Road, Bang Rak, Bangkok 10500