INDEGO Monthly Outlook February 2019

   ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา สินทรัพย์การลงทุนทั่วโลกมีการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งตามที่เราคาดการณ์ในเดือนที่แล้วจากมุมมองการลงทุน “January Effect?”  โดยมีผลจากการที่ Fed ส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยและมีความยืดหยุ่นต่อการปรับลดขนาดงบดุล ประกอบกับความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ลดลงจากการเจรจาที่คืบหน้า รวมถึงนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

   ด้าน Fed มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.25-2.50% ในรอบการประชุมเดือน ม.ค. พร้อมแถลงมุมมองแผนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นเชิงผ่อนคลาย โดยส่งสัญญาณชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยและยืดหยุ่นต่อแผนการปรับลดขนาดงบดุล รวมถึงการพิจารณาปัจจัยตลาดทุนด้วย ส่งผลให้เรามองว่าตลาดหุ้นโดยภาพรวมมีแนวโน้มฟื้นตัว รวมถึงค่าเงินดอลลาร์ที่มีแนวโน้มอ่อนค่าในระยะกลาง และตราสารหนี้ระยะกลางทั้งในและต่างประเทศมีความน่าสนใจในการลงทุนเพิ่มขึ้น

   ในขณะที่ ECB ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0% และประกาศยุติโครงการ QE ในช่วง ธ.ค. ที่ผ่านมา และส่งสัญญาณคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไปอีกพักใหญ่

   ในส่วนของประเด็นทางด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน มีพัฒนาการเชิงบวกเพิ่มขึ้นจากการเจรจา แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป โดย ปธน. ทรัมป์ และปธน. สีจิ้นผิง จะมีการพบปะเพื่อการเจรจาอีกครั้งภายในช่วงปลายเดือน ก.พ. นี้ซึ่งยังต้องติดตามผลการเจรจา โดยเรามองว่าน่าจะมีข้อสรุปในการเจรจาเนื่องจากบริษัทขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ เองเริ่มส่งสัญญาณได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวบ้างแล้ว

   ด้านปัญหา Government shutdown ปธน. ทรัมป์ ได้ยุติปัญหาชั่วคราวด้วยการลงนามแผนอนุมัติงบประมาณระยะสั้น ซึ่งจะมีงบประมาณครอบคลุมถึงวันที่ 15 ก.พ. ซึ่งน่าจะได้รับการคลี่คลายต่อไป เนื่องจากสัญญาณการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จะเป็นปัจจัยที่กดดันปธน. ทรัมป์

   ด้านเศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ชะลอตัวลงสะท้อนผ่านตัวเลข PMI ทั่วโลกที่ลดลง และ IMF ได้ออกมาปรับลดคาดการณ์ GDP Growth โลกลง ในขณะที่ชาวอเมริกันที่มีรายได้สูงเองก็มีความสนใจซื้อบ้านและรถน้อยลง ทำให้เรามองว่าเศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงที่จะชะลอตัวลงต่อเนื่อง แต่ราคาหุ้นทั่วโลกโดยรวมเองก็ปรับตัวลงรับรู้ประเด็นดังกล่าวไปพอสมควรแล้ว

   มาดูที่ประเด็นสำคัญของเดือนนี้ที่ตลาดหุ้นเกิดใหม่ เราพบว่าตลาดหุ้นเกิดใหม่มีการปรับตัวขึ้นทำ “Double bottom pattern” ทะลุผ่านแนวต้านขาลงและแนวต้านเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ได้อย่างแข็งแกร่ง หลังจาก Fed ส่งสัญญาณการชะลอตัวการขึ้นดอกเบี้ย การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่คืบหน้า รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน เรามองว่านักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงสามารถทยอยเข้าลงทุนในตลาดเกิดใหม่ได้

   ในด้านกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ ทองคำได้มีการฟื้นตัวผ่านแนวต้านขาลงและแนวต้าน $1,300 ได้สำเร็จ จากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า และปัจจัยด้านอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 4% โดยมีส่วนสำคัญมาจากการเข้าซื้อสุทธิจากธนาคารกลางทั่วโลกที่มีปริมาณที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1967 ซึ่งน่าจะทำให้ทองคำยังมีความน่าสนใจลงทุน ในขณะที่ราคาน้ำมันมีการฟื้นตัวมาจากปีก่อนจากปัจจัยที่สหรัฐฯ คว่ำบาตรเวเนซูเอลากดดันทำให้อุปทานของราคาน้ำมันหายไป ซึ่งน่าจะทำให้ราคาน้ำมันยังฟื้นตัวต่อไปได้ 

   อีกประเด็นที่สำคัญที่ต่อเนื่องมาจากปีก่อนที่ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกโดยเฉพาะตลาดหุ้นจีนฟื้นตัวขึ้นแรง คือนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของทางการจีน ทั้งในด้านการคลัง การเงิน และการค้า ยังคงดำเนินต่อไปต่อเนื่อง โดยปีนี้รัฐบาลจีนเตรียมที่จะปรับลดภาษีนิติบุคคลเพิ่มเติมอีกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เรามองว่าประเด็นดังกล่าวเป็นปัจจัยบวกต่อการฟื้นตัวของหุ้นจีนและหุ้นตลาดเกิดใหม่

   ด้านเศรษฐกิจสหรัฐฯ ตัวเลขด้านการผลิตฟื้นตัวแต่ภาคการบริการเติบโตชะลอลง ขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อและความเชื่อมั่นผู้บริโภคชะลอตัวต่อเนื่อง เช่นเดียวกันกับค่าแรงที่ชะลอตัว โดยตลาดแรงงานได้รับผลกระทบจากภาวะ Government shutdown แต่ยอดขายบ้านใหม่กลับฟื้นตัวเซอร์ไพรส์ตลาด

   ด้านเศรษฐกิจยุโรปยังชะลอตัวลงต่อเนื่องในรอบ 4 ปี ไม่เห็นแนวโน้มการฟื้นตัว ในขณะที่ปัญหา Brexit ยังยืดเยื้อไปจนถึงวันที่ 29 มี.ค. ส่วนเศรษฐกิจญี่ปุ่น ภาคการผลิตและการบริโภคขยายตัวดี แต่เงินเฟ้อยังต่ำกว่าที่ตลาดคาด

   ด้านเศรษฐกิจจีนภาคการบริการยังเร่งตัวได้ดี ในขณะที่ภาคการผลิตยังคงหดตัว ท่ามกลางการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่ยังดำเนินต่อไป ส่งผลให้จีนออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น

   ในฝั่งของเศรษฐกิจไทยเริ่มมีสัญญาณการขยายตัวจากเดือนก่อนจากภาคการบริโภคและการลงทุน รวมถึงตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามตัวเลขเงินเฟ้อไทยยังอยู่ในระดับต่ำ และยอดส่งออกกลับมาหดตัว ด้านผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ของหุ้นไทย กลุ่มธนาคารที่ประกาศนำออกมาก่อนค่อนข้างน่าผิดหวังเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตามเรามองว่าหุ้นไทยน่าจะยังฟื้นตัวไปได้ต่อเนื่อง หลังกกต. ประกาศจัดการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. นี้รับข่าวการเลือกตั้ง แต่หลังจากนั้นอาจมีความไม่แน่นอนสูงตามสถานการณ์การเมืองไทย โดยเรามองว่าหุ้นไทยขนาดกลางและขนาดเล็กมีแนวโน้มกลับมาสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นกว่าหุ้นขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับสถิติในอดีตสำหรับ Election rally

   โดยสรุปเรามองว่าตลาดกลับมาอยู่ในภาพของ Risk on มากขึ้น หลัง Fed ส่งสัญญาณชะลอการขึ้นดอกเบี้ยและยืดหยุ่นในการลดขนาดงบดุลขึ้น และทางการจีนที่มีการใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น แต่ตลาดยังคงมีความเสี่ยงจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจโลกและความเสี่ยงของประเด็นของสงครามการค้าอยู่ ซึ่งต้องรอติดตามผลการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และจีน ในปลายเดือน ก.พ. นี้ ด้านตลาดหุ้นเกิดใหม่และตลาดหุ้นฮ่องกง มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อหลัง Fed ส่งสัญญาณเชิงผ่อนคลายและการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน รวมถึงการปรับตัวขึ้นของราคาผ่านแนวต้านสำคัญไปได้ ท่ามกลางระดับ valuation ที่ยังอยู่ในระดับต่ำ แนะนำเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ระยะกลางทั้งในและต่างประเทศตามแต่ละโมเดลพอร์ตการลงทุน ส่วนพอร์ตการลงทุนที่เสี่ยงสูงมาก แนะนำเพิ่มการลงทุนในหุ้นตลาดเกิดใหม่
   

Company
  • Service
  • Investment
  • Why Us
  • Insight
  • Team
Information

100/57, 28th floor, Sathorn Nakorn Tower, North Sathorn Road, Bang Rak, Bangkok 10500