INDEGO Monthly Outlook November 2019

“The Return of QE”

สินทรัพย์เสี่ยงยังปรับตัวขึ้นนำโดยหุ้นญี่ปุ่นและหุ้นตลาดเกิดใหม่ฟื้นตัวหลังมีความคืบหน้าด้านการเจรจาการค้า

    เดือนที่ผ่านมาสินทรัพย์เสี่ยงส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยจากความคืบหน้าของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่มีการทำข้อตกลงกันในเดือน พ.ย. ขณะที่กลุ่มสินทรัพย์ปลอดภัยมีการเคลื่อนไหวในกรอบ โดยตราสารหนี้ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย นำโดย High Yield ภายหลัง Credit Spread ปรับตัวลดลง ด้าน REITs โลกมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ REITs ไทยปรับตัวลงเล็กน้อยหลังมีแรงขายทำกำไร ด้านหุ้นโลกปรับตัวขึ้นเล็กน้อยนำโดยหุ้นญี่ปุ่นและหุ้นตลาดเกิดใหม่จากความกังวลเรื่องของสงครามการค้าที่ลดลง แต่ด้านหุ้นไทยมีการปรับฐานเนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจและผลประกอบการของหุ้นไทยยังมีแนวโน้มชะลอตัวกว่าคาด ด้านทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยสวนทางค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าและขานรับการปรับลดดอกเบี้ยเงินฝากและการกลับมาทำ QE ของ ECB รวมถึงการกลับมาขยายขนาดงบดุลของ Fed

Fed มีการขยายขนาดงบดุล ด้าน ECB คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายและย้ำทำ QE อีกทั้ง BoJ คาดว่าจะคงมาตรการเงินเชิงผ่อนคลายต่อไป

    รายงานการประชุม FOMC เดือน ก.ย. ชี้ว่า Fed มีความจำเป็นต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เพื่อป้องกันเศรษฐกิจถดถอย และได้ทำการขยายงบดุลด้วยการเข้าซื้อตั๋วเงินคลังในวงเงิน 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อเดือน เริ่มต้นวันที่ 15 ต.ค. 2019 ไปจนถึงอย่างน้อยไตรมาสที่ 2/2020 ซึ่งตลาดมองว่าการกระทำครั้งนี้เปรียบเสมือนการทำ QE ในทางอ้อม อย่างไรก็ตามประธาน Fed กล่าวว่าครั้งนี้ไม่ใช่การทำ QE แต่เป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดทุน 

    ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0% คงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ที่ระดับ -0.50% และคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25% ในเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา พร้อมย้ำว่าจะรื้อฟื้นโครงการ QE ด้วยวงเงิน 2 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน โดยเน้นซื้อพันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักตั้งแต่เดือน พ.ย. เป็นระยะเวลานานเท่าที่จำเป็น และในวาระสุดท้ายของ มาริโอ ดรากี ในฐานะประธาน ECB ได้ออกมาเรียกร้องให้ประเทศในกลุ่มยูโรโซนออกมาใช้เครื่องมือทางการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่กับการใช้นโยบายทางการเงิน

    ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) มีการเปิดเผยรายงานวิเคราะห์ภาคธนาคารญี่ปุ่นรอบครึ่งปี ระบุว่าระบบธนาคารของญี่ปุ่นมีความเปราะบางมากขึ้น จากการปล่อยเงินกู้ที่อัตราดอกเบี้ยระดับต่ำเป็นเวลานาน ทำให้กำไรของธนาคารพาณิชย์ลดลง โดย 

    ฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่า BoJ กล่าวว่าต้องใช้นโยบายการเงินกับนโยบายการคลังผสมผสานกัน จะเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการรับมือกับภาวะเศรษฐกิจขาลง

การเจรจาการค้าจีนและสหรัฐฯ มีความคืบหน้าส่งผลบวกต่อตลาดทุน ติดตามการพบกันของ 2 ผู้นำในการประชุม APEC

    จีนและสหรัฐฯ ได้มีการประกาศว่าสามารถทั้งคู่ได้เจรจาบรรลุข้อตกลงทางการค้าเบื้องต้นได้เมื่อวันที่ 10-11 ต.ค. ที่ผ่านมาโดยจีนยืนยันจะซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 4-5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในระยะเวลา 2 ปี และสหรัฐฯ ประกาศเลื่อนการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในวงเงิน 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จาก 25% เป็น 30% ออกไปจากเดิมในวันที่ 15 ต.ค. อย่างไม่มีกำหนด

    เรามองว่าความคืบหน้าครั้งนี้ได้ทำให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนส่วนใหญ่คลายความกังวลลง โดยคาดว่าจะมีการลงนามข้อตกลงในการประชุม APEC วันที่ 16-17 พ.ย. ซึ่งหากบรรลุข้อตกลงครั้งนี้ได้ภาคการผลิตอาจกลับมามีความเชื่อมั่นมากขึ้น 

ตลาดเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวหลังการประกาศจุดยืนและนโยบายใหม่ของรัฐบาลฮ่องกงท่ามกลางการประท้วง

    ผลกระทบจากการประท้วงทำให้เศรษฐกิจฮ่องกงหดตัวลงมาก อย่างไรก็ตามภายหลังการประกาศจุดยืนและนโยบายของกระตุ้นของภาครัฐในช่วงกลางเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ดัชนี HSI ปรับตัวขึ้นตามหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มอสังหาฯ ทั้งนี้เรามองว่าการร่างกฎหมายใหม่ของสหรัฐฯ จะยังไม่มีความคืบหน้าเพราะอาจกดดันให้การเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ มีความตึงเครียดมากขึ้น

Brexit ถูกเลื่อนเป็น 31 ม.ค. 2020 ด้านสงครามการค้าระหว่าง EU-US มีปัจจัยใหม่ที่ต้องติดตาม

    ในระยะสั้นก่อนวันที่ 31 ม.ค. 2020 เรามองว่าตลาดหุ้นอังกฤษจะผันผวนมากกว่าตลาดหุ้นยุโรป เนื่องจากความไม่แน่นอนการเมืองภายในอังกฤษจากการที่จะมีการเลือกตั้งใหม่เกิดขึ้น และมีโอกาสสูงที่อังกฤษจะออกจากสหภาพยุโรปแบบมีข้อตกลง ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลไปในระดับหนึ่ง และสะท้อนไปในราคาหุ้นยุโรปแล้วบางส่วน

IMF และ World Bank ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจทั่วโลกลงจากประเด็นปัญหาทางการเมืองในหลายภูมิภาค

    IMF ปรับลดประมาณการการเติบโตเศรษฐกิจโลกปี 2019 ลงเหลือ 3% ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2009 จากประเด็นปัญหาทางการเมืองในหลายภูมิภาค โดย IMF คาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปี 2020 จะเติบโตขึ้น 3.4% จากกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ ด้าน World Bank ปรับลดประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจหลายประเทศลงในปี 2019 นำโดยอินเดีย ไทย และแอฟริกาใต้ เป็นต้น

หุ้นกลุ่มธนาคารมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากตลาดสินเชื่อที่โตชะลอลง และการปรับใช้มาตรฐานบัญชีใหม่

    ภาพรวมสำหรับธุรกิจหลักของธนาคารยังคงชะลอตัวโดยสังเกตได้จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่โตขึ้นเพียงเล็กน้อยในธนาคารบางแห่ง ซึ่งแสดงถึงตลาดสินเชื่อที่ยังไม่ฟื้นตัวจากหลายปัจจัย เช่น การชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ธนาคารหลายแห่งมีการปรับมุมมองต่อตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของสินเชื่อในปีนี้ลง รวมถึงค่าธรรมเนียมที่ยังมีการแข่งขันที่สูงต่อเนื่องเป็นปัจจัยกดดันที่เรายังคงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนในกลุ่มธุรกิจนี้

Yield Spread ยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ ประกอบกับแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง ส่งผลให้ REITs ยังน่าสนใจ

    เดือน ต.ค. ที่ผ่านมาสถานการณ์ของสงครามการค้าและ Brexit จะผ่อนคลายลง ส่งผลให้ตลาดทุนเปิดรับความเสี่ยงอีกครั้ง (Risk on) แต่เรามองว่าจะเป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากการเจรจาการค้ายังคงมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้ REITs ไทยและสิงคโปร์ ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจ

    ด้านดัชนี Global REITs ให้ผลตอบแทนรวมเฉลี่ยย้อนหลัง 15 ปี อยู่ในระดับสูงเฉลี่ยปีละ 8.5% แม้ว่าจะต่ำกว่าดัชนี Asia REITs แต่ดัชนี Global REITs นั้นมีสภาพคล่องที่สูงกว่าและมี REITs หลากหลายประเภทมากกว่า ดังนั้นเรามองว่าการกระจายการลงทุนไปยัง Global REITs จะสามารถช่วยสร้างผลตอบแทนและช่วยกระจายการลงทุนของพอร์ตการลงทุนได้ อีกทั้ง Yield Spread เฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี อยู่ที่ระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ย สะท้อนว่าราคาของ Global REITs ยังมีความน่าสนใจ

Yield มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ Valuation ของตราสารหนี้กลับมาน่าสนใจ แต่มองว่า Yield ยังคงมีความผันผวนในระยะสั้น

    แม้ว่าสถานการณ์การด้านการเมืองในแต่ละภูมิภาคที่ดีขึ้น และทำให้เกิดตลาดทุน Risk on อีกครั้ง ส่งผลให้เกิดแรงขายทำกำไรและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรมีการดีดตัวกลับขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้ Valuation ของตราสารหนี้ระยะยาวกลับมาน่าสนใจ อย่างไรก็ตามเรามองว่าในระยะสั้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะยังคงผันผวน เนื่องจากสถานการณ์ด้านการเมืองยังไม่คลี่คลายและสามารถเกิดโอกาสที่จะไม่บรรลุข้อตกลงได้

    การที่ Fed เข้าซื้อตั๋วเงินคลัง และ ECB คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และจะมีการใช้มาตรการ QE ในเดือน พ.ย. ส่งผลให้ยังเป็นปัจจัยกดดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรยังอยู่ในระดับต่ำ และเป็นปัจจัยบวกต่อการลงทุนในตราสารหนี้

    เรายังคงแนะนำให้กระจายการลงทุนในตราสารหนึ้คุณภาพสูงระยะกลางเป็นหลักเพื่อลดความผันผวนของพอร์ตในสภาวะที่ยังมีปัจจัยความเสี่ยงด้านการเมือง และสามารถกระจายการลงทุนตราสารหนี้ระยะยาวได้บางส่วนเพื่อรับประโยชน์จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง อย่างไรก็ตามยังมีความเสี่ยงจากสภาวะที่ตราสารหนี้ให้อัตราผลตอบแทนที่ติดลบยังอยู่ในระดับสูง

ทองคำยังน่าสนใจในระยะกลางจากการใช้นโยบายการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางทั่วโลกและเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

    ราคาทองคำมีการฟื้นตัวกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ได้อีกครั้ง ภายหลังค่าเงินดอลลาร์กลับมาอ่อนค่า ประกอบกับทองคำยังได้แรงหนุนจากการใช้นโยบายการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลาง

เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มเติบโตช้าลง จีนถูกปรับลดคาดการณ์การเติบโต และดัชนี PMI ภาคการบริการทั่วโลกขยายตัวช้าลง

    เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในภาพรวมชะลอลง แต่ประเด็นการเจรจาการค้ากับจีนและญี่ปุ่นเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น ด้านตัวเลขอัตราการว่างงานต่ำสุดในรอบกว่า 50 ปี อย่างไรก็ตามตัวเลขภาคการผลิตและบริการ รวมถึงเลขยอดค้าปลีกออกมาแย่กว่าคาด

    เศรษฐกิจยุโรป ด้านตัวเลขภาคการผลิตยังหดตัว แต่มี QE ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนการเจรจา Brexit ยังต้องติดตามแต่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น

    เศรษฐกิจญี่ปุ่น ด้านตัวเลขภาคการผลิตชะลอตัวลงโดยได้รับผลกระทบจากประเด็นสงครามการค้า แต่ยังมีปัจจัยบวกจากนโยบายการเงินเชิงผ่อนคลาย

    เศรษฐกิจกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ เริ่มกลับมามีความน่าสนใจหลังจากมีความคืบหน้าด้านการเจรจาการค้าของจีน-สหรัฐฯ

    เศรษฐกิจจีน ตัวเลขภาคการผลิตและภาคการบริการเติบโตต่อเนื่อง ในขณะที่ตัวเลข GDP ไตรมาสที่ 3 ขยายตัวช้าลงกว่าที่คาด อย่างไรก็ตามภาคการบริโภคและภาคการบริการยังเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนในไตรมาสที่ผ่านมา

    เศรษฐกิจไทย มีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่อง สะท้อนผ่านการถูกปรับลดประมาณการ GDP โดยธนาคารโลก และ IMF

    เศรษฐกิจเวียดนาม ภาพรวมเศรษฐกิจยังขยายตัวได้ดี แต่เริ่มมีสัญญาณการชะลอตัวลง

บทสรุป “The Return of QE”

    เรามองว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลง แต่เริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกจากการเจรจาการค้า และธนาคารกลางทั่วโลกยังส่งสัญญาณการใช้นโยบายการเงินเชิงผ่อนคลาย ด้านบริษัทจดทะเบียนทั่วโลกเริ่มมีแนวโน้มเติบโตลดลง ขณะที่บางภูมิภาคยังสามารถเติบโตได้โดดเด่น แนะนำให้นักลงทุนมีการกระจายการลงทุนเพิ่มมากขึ้นรวมถึงมีการปรับสัดส่วนการลงทุนให้มีความสมดุลตามสัดส่วนของโมเดลพอร์ต

INDEGO 
Independence on Global Opportunities

Company
  • Service
  • Investment
  • Why Us
  • Insight
  • Team
Information

100/57, 28th floor, Sathorn Nakorn Tower, North Sathorn Road, Bang Rak, Bangkok 10500