Risk-On, Still-On

🔹 ภาพรวมตลาดหุ้นในเดือนที่ผ่านมาฟื้นตัวขึ้นจากแรงหนุนผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่และกลุ่ม AI ที่ยังคงเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนตลาด สะท้อนจากดัชนีหุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่เติบโตก้าวกระโดด สอดคล้องกับการประกาศเพิ่มงบการลงทุน (CAPEX) ของกลุ่ม Hyperscalers นอกจากนี้ โมเมนตัมการเติบโตยังเริ่มกระจายตัวจากกลุ่ม AI สู่อุตสาหกรรมอื่น เช่น กลุ่มพลังงานที่รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันระดับสูง และกลุ่มซอฟต์แวร์ที่ฟื้นตัวแข็งแกร่งจากการนำ AI มาประยุกต์ใช้จนเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ช่วยคลายความกังวลเรื่อง SaaS Apocalypse ไปได้อย่างมีนัยสำคัญ

INDEGO Monthly Outlook
September 2026
“Risk-on, Still On”
🔹 ภาพรวมตลาดหุ้นในเดือนที่ผ่านมาฟื้นตัวขึ้นจากแรงหนุนผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่และกลุ่ม AI ที่ยังคงเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนตลาด สะท้อนจากดัชนีหุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่เติบโตก้าวกระโดด สอดคล้องกับการประกาศเพิ่มงบการลงทุน (CAPEX) ของกลุ่ม Hyperscalers นอกจากนี้ โมเมนตัมการเติบโตยังเริ่มกระจายตัวจากกลุ่ม AI สู่อุตสาหกรรมอื่น เช่น กลุ่มพลังงานที่รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันระดับสูง และกลุ่มซอฟต์แวร์ที่ฟื้นตัวแข็งแกร่งจากการนำ AI มาประยุกต์ใช้จนเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ช่วยคลายความกังวลเรื่อง SaaS Apocalypse ไปได้อย่างมีนัยสำคัญ

🔹 แรงขับเคลื่อนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความแข็งแกร่งของผลประกอบการในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากการใช้จ่าย CAPEX ของกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ที่มุ่งเน้นไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI รายจ่าย CAPEX ของ Hyperscalers ที่ถูกปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทะลุความคาดหมายมาตั้งแต่ต้นปี โดยเฉพาะตัวเลขคาดการณ์ของปี 2026 ที่ขยับจาก 5.46 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงต้นปี ขึ้นมาแตะระดับ 7.93 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ ประเด็นที่น่าจับตาคือเราเริ่มเห็นสัญญาณการเร่งตัวของการใช้จ่าย CAPEX จากฝั่ง China Big Tech อย่างชัดเจนในไตรมาสที่ 2 พัฒนาการนี้ถือเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อภาพรวมการลงทุน เพราะหมายถึงฐานอุปสงค์ (Demand) ของโครงสร้างพื้นฐาน AI ได้ขยายวงกว้างออกไปในระดับโลก ไม่ได้พึ่งพาเพียงแค่ฝั่งสหรัฐฯ อีกต่อไป ด้วยผลประกอบการที่แข็งแกร่งและแนวโน้มของโอกาสการเติบโต ทำให้เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง

🔹 ทั้งนี้ แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและแนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียนจะแข็งแกร่งจากวัฏจักรการลงทุนใน AI แต่พัฒนาการนี้ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่เราต้องระมัดระวัง โดยการเร่งทุ่มงบลงทุน AI อย่างหนัก ทำให้หลายบริษัทเริ่มเผชิญกับภาวะกระแสเงินสดอิสระที่ตึงตัว ส่งผลให้บริษัทเหล่านี้ต้องหันมาพึ่งพาการระดมทุนจากภายนอกเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางตลาดที่ยังเผชิญกับความกังวลว่าเงินเฟ้ออาจกลับมามีความหนืดอีกครั้งจากภาวะต้นทุนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงที่ตึงตัวจากกระแส AI ผนวกกับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และความกังวลเรื่องภาระหนี้สาธารณะทั่วโลกที่ส่งผ่านความกังวลไปยังตลาดตราสารหนี้ ทำให้เราเห็นภาพอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก

🔹 สำหรับธีมการลงทุนที่โดดเด่นยังคงเป็นกลุ่ม AI Value Chain โดยเฉพาะชิปและ AI ต้นน้ำ ซึ่งได้แรงหนุนจากเม็ดเงินของ Hyperscalers อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังให้ผลตอบแทน IRR ระยะยาวที่คุ้มค่า ประกอบกับการประยุกต์ใช้ AI ที่ขยายสู่ภาคองค์กรและผู้บริโภคช่วยเปิดโอกาสให้ตลาดเติบโตอีกมหาศาล อย่างไรก็ตาม ตลาดมีความเสี่ยงแฝงที่ต้องติดตามใกล้ชิด ได้แก่ โครงสร้างการเงินที่ซับซ้อนจากการลงทุนไขว้กัน ซึ่งเปราะบางหากกระแสเงินสดมีการสะดุด การเร่งระดมทุนผ่านหุ้นกู้ของ Hyperscalers จนความต้องการซื้อหุ้นกู้ของนักลงทุนในกลุ่มบริษัทดังกล่าวปรับตัวลดลง ซึ่งอาจดันต้นทุนทางการเงินให้สูงขึ้นได้ในอนาคต และการถือครอง Leveraged ETF ในระดับสูงที่อาจส่งผลให้ราคาหุ้นผันผวนรุนแรงหากมีปัจจัยลบมากระทบ

🔹 นอกจากนี้ ความกังวลต่อหนี้สาธารณะสหรัฐฯ และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัจจัยหนุนธีม De-Dollarization ผลักดันให้ธนาคารกลางทั่วโลกสะสมทองคำเพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์ ขณะที่กระแส De-Globalization, Supply Chain Reshoring และวัฏจักรลงทุน AI ได้สร้างอุปสงค์มหาศาลต่อแร่ยุทธศาสตร์และทองแดง ท่ามกลางอุปทานเหมืองใหม่ที่จำกัดและล่าช้า ปัจจัยทั้งหมดนี้สนับสนุนมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มเหมืองแร่และโลหะมีค่า ในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากระบบการเงินโลกและรับประโยชน์จากเศรษฐกิจยุคใหม่

🔹 เศรษฐกิจจีนยังคงสะท้อนภาพการฟื้นตัว K-Shaped อย่างชัดเจน โดยฝั่งอุปสงค์ภายในประเทศยังคงเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อ ในทางตรงกันข้าม ภาคเทคโนโลยียังคงทำหน้าที่เป็นเสาหลักที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจและตลาดหุ้นจีนได้อย่างแข็งแกร่ง โดยการลงทุนในอุตสาหกรรมไฮเทคยังคงเติบโตแข็งแกร่ง ความมุ่งมั่นในยุทธศาสตร์การพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี (Tech Self-Reliance) ของรัฐบาลจีน ซึ่งเม็ดเงินดังกล่าวส่งผ่านการเติบโตของรายได้และกำไรของกลุ่มบริษัท AI ต้นน้ำอย่างก้าวกระโดด

🔹 สำหรับตลาดหุ้นเกาหลีใต้ นอกจากจะมีจุดเด่นในการเป็นห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญในธีม AI แล้ว ยังมีปัจจัยหนุนจากการยกระดับผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น โดยบริษัทจดทะเบียนยังคงเดินหน้าทำโครงการซื้อหุ้นคืนในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด Samsung และ SK Hynix ประกาศซื้อหุ้นคืนในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ หลังรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง การเดินหน้าซื้อหุ้นคืนควบคู่ไปกับแนวโน้มกำไรที่เติบโตได้ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ของดัชนี KOSPI เร่งตัวขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับราคาหุ้น แต่ยังเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

🔹 ตลาดหุ้นไทยส่งสัญญาณเชิงบวกจากการกระจายตัวของผลตอบแทนสู่กลุ่มเศรษฐกิจในประเทศและกลุ่มวัฏจักร เช่น Financials, Services และ Property โดยไม่พึ่งพาหุ้นเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว ขณะที่ดัชนี SET ณ ระดับ 1,600 จุด มีความแตกต่างจากอดีตอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งอัตราเงินปันผลที่ปรับขึ้นทะลุ 4% ซึ่งสูงกว่าในอดีตที่ดัชนีระดับเดียวกัน ประกอบกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มปันผลสูงยังคงซื้อขายบน Forward P/E ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยมีความน่าสนใจทั้งในแง่ของ Valuation ที่ไม่แพง และมีผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลง

🔹 หุ้นกลุ่มการแพทย์และสุขภาพ โดยเฉพาะขนาดกลางและขนาดเล็ก ปรับตัวขึ้นโดดเด่นจาก Sector Rotation ด้วยแรงหนุนจากกระแสควบรวมกิจการ (M&A) เพื่อครอบครองสิทธิบัตรยาและเทคโนโลยีใหม่ นอกจากนี้ ยังได้รับประโยชน์จากการใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยความสามารถของ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ประกอบกับต้นทุนถอดรหัสพันธุกรรมที่ลดลงจากหลักล้านเหลือหลักร้อยดอลลาร์ ได้ปฏิวัติกระบวนการค้นคว้าและพัฒนายาใหม่ให้มีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

🔹 การผลักดันร่างกฎหมาย Clarity Act อีกครั้งก่อนเลือกตั้ง Midterm ช่วยปลดล็อกความกังวล โดยกำหนดให้ BTC และ ETH เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัลภายใต้ CFTC ส่งผลให้เม็ดเงินไหลกลับเข้ากองทุน Spot Bitcoin ETF ในเดือนสิงหาคม ขณะเดียวกัน ตลาดคริปโทฯ ยังได้รับอานิสงส์จากการจัดการผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่ช่วยผ่อนคลายสภาพคล่อง ผสานกับปัจจัยทางเทคนิคจากภาวะ Short Squeeze มูลค่ากว่า 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ช่วงวันที่ 20-21 สิงหาคม ผลักดันให้ราคา BTC ปรับตัวขึ้นถึง 18%

🔹 สำหรับกลยุทธ์การลงทุนประจำเดือนกันยายน ภายใต้สภาวะการเติบโตของรายได้และกำไรที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI ช่วยสนับสนุนมุมมองเชิงบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงของเรา อย่างไรก็ตาม บนพื้นฐานโอกาสการเติบโตที่มาพร้อมกับความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ทำให้เรายังคงแนะนำกระจายความเสี่ยงผ่านกองทุนประเภท Multi-Asset พร้อมทั้งทยอยสะสมอย่างระมัดระวังในกลุ่มอุตสาหกรรมและธีมการลงทุนที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายความมั่นคงและการพึ่งพาตนเอง (Self-Reliance) ควบคู่ไปกับการหาจังหวะกลับมาทยอยสะสมหุ้นกลุ่ม AI Value Chain อีกครั้ง โดยเรามองว่ายังมีเหตุผลให้เหล่า Hyperscalers ยังคงใส่เม็ดเงินลงทุนมายังอุตสาหกรรม AI ทำให้เม็ดเงินก็ยังมีโอกาสหมุนเวียนไปผลักดันกลุ่มบริษัทที่อยู่ใน AI Value Chain ได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความเสี่ยงด้านการเงินที่ซับซ้อน การระดมทุนจำนวนมหาศาล และความโลภของนักลงทุน เราจึงแนะนำกลยุทธ์จับจังหวะลงทุนร่วมกับการใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค เพื่อหาจุดซื้อที่ได้เปรียบด้านต้นทุน มีส่วนเผื่อเพื่อความปลอดภัยสำหรับธีม AI Value Chain ในส่วนของการเก็งกำไร เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มหุ้น Health Care ขนาดกลาง-เล็ก จากแนวโน้มการควบรวมกิจการ รวมถึงการลงทุนในกลุ่ม Cryptocurrency เองก็ยังมีความน่าสนใจ อย่างไรก็ตาม จากราคาของทั้งสองธีมที่ปรับตัวขึ้นมาอย่างโดดเด่น เราแนะนำให้แบ่งขายทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยงและรอจังหวะในการเข้าลงทุนเมื่อมีการย่อตัว สำหรับมิติของการบริหารความเสี่ยง เราแนะนำให้กระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ทางเลือก โดยเน้นทยอยสะสมทองคำในจุดแนวรับที่สำคัญ เพื่อทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยควบคู่ไปกับการดำรงสัดส่วนเงินสดในระดับที่เหมาะสม เพื่อรักษาความยืดหยุ่นในการบริหารพอร์ตและเตรียมความพร้อมสำหรับจังหวะเข้าสะสมเมื่อตลาดเกิดการปรับฐาน ซึ่งถือเป็นยุทธวิธีสำคัญที่จะช่วยสร้างสมดุลระหว่างการแสวงหาผลตอบแทนและการป้องกันความเสี่ยงในช่วงครึ่งปีหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านฉบับเต็มคลิก : https://www.indegowealth.com/wp-content/uploads/2026/09/Monthly-Outlook-Sep-2026-for-website-1.pdf

INDEGO

Independence for Global Opportunities

#ยืนหนึ่งเรื่องกองทุนต้อง INDEGO
#รู้ลึกรู้จริง วิเคราะห์อย่างเป็นระบบ
#ให้คำปรึกษาที่เป็นกลางที่สุด
✅ สำหรับผู้สนใจลงทุนผ่านบริการของ INDEGO สามารถติดต่อลงทุนและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
🌐 Website: https://indegowealth.com
📧 อีเมล [email protected]
📞 โทร: 02-233-9995
🗓 ทุกวันทำการ จันทร์ – ศุกร์ เวลา 8:30 – 17:30 น.

  • SHARE
Contact
Contact