Doors of Deals
🔹 เดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ภาพรวมตลาดหุ้นหลายแห่งทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น นำโดยตลาดหุ้นเกิดใหม่ โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทยและเวียดนามที่ปรับตัวขึ้นนำภูมิภาค ซึ่งได้แรงหนุนจากความคืบหน้าในการบรรลุข้อตกลงทางการค้าของหลายประเทศ ที่ส่วนใหญ่อยู่ในอัตราที่น้อยลงจากการประกาศเดิมของปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ในทางตรงกันข้าม สินค้าโภคภัณฑ์อย่างทองคำปิดทรงตัวหลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในปีนี้ ท่ามกลางแรงขายสินทรัพย์ปลอดภัยหลังนักลงทุนทุนเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้า
INDEGO Monthly Outlook
August 2025
“Doors of Deals”
🔹 เดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ภาพรวมตลาดหุ้นหลายแห่งทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น นำโดยตลาดหุ้นเกิดใหม่ โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทยและเวียดนามที่ปรับตัวขึ้นนำภูมิภาค ซึ่งได้แรงหนุนจากความคืบหน้าในการบรรลุข้อตกลงทางการค้าของหลายประเทศ ที่ส่วนใหญ่อยู่ในอัตราที่น้อยลงจากการประกาศเดิมของปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ในทางตรงกันข้าม สินค้าโภคภัณฑ์อย่างทองคำปิดทรงตัวหลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในปีนี้ ท่ามกลางแรงขายสินทรัพย์ปลอดภัยหลังนักลงทุนทุนเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้า
🔹 หนึ่งในปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้นนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาคือสงครามทางการค้า ท่ามกลางการกำหนดภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ต่อนานาประเทศของปธน.ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งเดือน ก.ค. ที่ผ่านมาเป็นเดือนที่ทุกฝ่ายจับตารอผลการเจรจาทางการค้าดังกล่าวก่อนเส้นตายวันที่ 1 ส.ค. ทั้งนี้ ในแต่ละประเทศได้รับอัตราภาษี และเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งจะมีผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจแต่ละประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางเงื่อนไขที่มีความชัดเจนที่มากขึ้นและการประกาศอัตราภาษีอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกตอบรับในเชิงบวก โดยส่วนใหญ่ฟื้นตัวทำจุดสูงสุดใหม่เมื่อเทียบกับราคาก่อนวัน Libreration day
🔹 ด้านธนาคารกลางส่วนใหญ่ตัดสินใจคงดอกเบี้ยเอาไว้ในการประชุมล่าสุด เพื่อรอติดตามภาวะเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ รวมถึงความชัดเจนจากผลกระทบที่จะได้รับจากมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงใช้นโยบายเชิงผ่อนคลาย นำโดยธนาคารกลางจีน สะท้อนให้เห็นผ่านอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ และปริมาณเงินในระบบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
🔹 ท่าทีของสหรัฐฯ ที่เริ่มผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการส่งออกชิปขั้นสูงไปยังจีน ส่งผลเชิงบวกต่อแนวโน้มรายได้ของผู้ผลิตชิปสหรัฐฯ โดยเฉพาะบริษัทที่มีสัดส่วนรายได้จากจีนในระดับสูง เช่น Nvidia, Qualcomm และ Marvell ขณะเดียวกัน จีนยังคงเดินหน้าลงทุนเพื่อยกระดับความสามารถด้านการผลิตชิปและโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีในประเทศ แต่ยังมีข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีการประมวลผลขั้นสูง ทำให้ต้องพึ่งพาชิปจากสหรัฐฯ โดยเฉพาะในกลุ่ม AI, Data Center และ Cloud การผ่อนคลายข้อจำกัดดังกล่าวจึงไม่เพียงเป็นปัจจัยหนุนต่อฝั่งผู้ส่งออกเทคโนโลยีในสหรัฐฯ แต่ยังเอื้อต่อการเร่งตัวของการลงทุนและนวัตกรรมในกลุ่มเทคโนโลยีจีน
🔹 ล่าสุดทางการจีนได้ออกมาตรการ “Anti-Involution” โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อจัดการภาวะอุปทานล้น และการแข่งขันทางด้านราคาในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เช่น รถยนต์ไฟฟ้า โซลาร์ และแบตเตอรี ท่ามกลางการเผชิญกับภาวะเงินฝืดของจีนมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี หากมาตรการ “Anti-Involution” ในครั้งนี้สามารถทำให้ภาคอุตสาหกรรมจีนฟื้นตัวได้อีกครั้ง อาจเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะสนับสนุนตลาดหุ้นจีนต่อไปในอนาคต
🔹 ขณะเดียวกัน แร่ Rare Earth ได้ทวีความสำคัญขึ้นในฐานะสินค้าเชิงยุทธศาสตร์ท่ามกลางการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ขณะที่ความต้องการใช้งานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาด ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง นโยบายภาครัฐของสหรัฐฯ ที่มุ่งลดการพึ่งพาและสร้างเสถียรภาพให้แก่ห่วงโซ่อุปทาน ผ่านการประกันราคาขั้นต่ำและสนับสนุนเงินลงทุน ได้เข้ามาเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สร้างโอกาสการลงทุนและหนุนให้ภาพรวมอุตสาหกรรมกลับเข้าสู่ช่วงของการฟื้นตัวและเติบโตอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง
🔹 เมื่อวันที่ 14 – 18 ก.ค. ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้กำหนดให้เป็น “Crypto Week” ซึ่งถือเป็นสัปดาห์แห่งการพิจารณากฎหมายและจัดประชุมสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซี โดยมีประเด็นที่น่าจับตามองคือการพิจารณากฎหมายสำคัญ 3 ฉบับ ได้แก่ GENIUS ACT, Clarity ACT และ Anti-CBDC Surveillance State ACT ซึ่ง GENIUS Act เป็นกฎหมายที่มีความคืบหน้ามากที่สุด โดยเป็นการจำกัดการออก Stablecoin ให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ และกำหนดให้ผู้ออกเหรียญต้องสำรองเงินดอลลาร์หรือสินทรัพย์สภาพคล่องอื่นๆ ในลักษณะ “1 ต่อ 1” เพื่อรองรับ stablecoin ถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ใน Crypto & Blockchain โดยการสร้างเสถียรภาพทางกฎหมายและเปิดเส้นทางให้กับสถาบันการเงิน
🔹 ภาพรวมตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงถูกขับเคลื่อนโดยการเติบโตของกำไรที่กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและ Communication Services อย่างไรก็ตาม ในเดือน ส.ค. – ก.ย. ตลาดมักเผชิญกับแรงขายจากความผันผวนในช่วงการประกาศงบประมาณไตรมาส 2
🔹 ทางฟากจีนมีการเปิดเผยตัวเลข GDP ในไตรมาส 2 ที่เติบโตดีกว่าคาดการณ์ ซึ่งได้ปัจจัยหนุนหลักมาจากการเร่งส่งออกก่อนมาตรการภาษีการค้าสหรัฐฯ จะมีผลบังคับใช้ อย่างไรก็ตาม ปัญหาด้านเงินฝืดยังคงเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจจีนมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ทางการจีนต้องออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม
🔹 ด้านเวียดนาม เป็นหนึ่งในประเทศอันดับต้นของภูมิภาคที่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐฯ ได้ และได้อัตราภาษีที่อยู่ในค่าเฉลี่ยเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาค ทั้งนี้ อัตราภาษีดังกล่าวอาจส่งผลต่อภาคการส่งออกของเวียดนามได้ เนื่องจากเวียดนามเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก อย่างไรก็ดี เวียดนามมีปัจจัยหนุนเฉพาะตัวอย่างการเพิ่มงบประมาณด้าน Infrastructure อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งคาดว่าจะช่วยชดเชย GDP เวียดนามในปีนี้ให้เติบโตได้มากกว่า 8% ท่ามกลางความคาดหวังที่ตลาดหุ้นเวียดนามจะสามารถอัปเกรดสู่ Emerging Market
🔹 อีกหนึ่งประเทศที่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าได้ต่อจากเวียดนามคืออินโดนีเซีย ซึ่งถูกกำหนดอัตราภาษีในอัตราที่ใกล้เคียงกับภูมิภาคเช่นเดียวกับเวียดนามและไทย ซึ่งจะเป็นปัจจัยเชิงบวกในระยะสั้นให้กับตลาดหุ้นอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม อินโดนีเซียยังคงเผชิญความเสี่ยงจากการนำเข้าสินค้าจากจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
🔹 ทางด้านประเทศไทยมีปัจจัยที่นักลงทุนจับตามองนั่นคือการขึ้นดำรงตำแหน่งของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังที่จะเห็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงครึ่งปีหลังนี้ นอกจากนี้ ประเทศไทยถูกสหรัฐฯ จัดเก็บภาษีการค้าในอัตรา 19% ซึ่งอัตราดังกล่าวช่วยผ่อนคลายความกังวลจากเดิมที่เคยถูกเก็บภาษีใน ระดับสูงถึง 36%
🔹 สำหรับมุมมองของเราในเดือนนี้ เราแนะนำให้ทยอยสะสมสินทรัพย์เสี่ยงอย่างระมัดระวังเพื่อรอติดตามความคืบหน้าของมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ และเน้นทยอยสะสมในการลงทุนระยะยาว โดยแนะนำสะสมกองทุนหุ้นจีนและอินเดีย ตราสารหนี้โลกและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รวมถึง Defensive Asset เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปี อยู่เหนือระดับ 4% และอัตราผลตอบแทนจากตราสารหนี้ที่ปรับตัวขึ้นมาอยู่ในจุดที่น่าสนใจในรอบทศวรรษ นอกจากนี้ยังมีโอกาสทำกำไรหากเศรษฐกิจชะลอตัว และยังได้รับผลตอบแทนสม่ำเสมอจากดอกเบี้ย
อ่านฉบับเต็มคลิก: https://www.indegowealth.com/wp-content/uploads/2025/08/INDEGO-WEALTH-Monthly-Presentation-Aug-2025-LN.pdf
INDEGO
Independence for Global Opportunities
#ยืนหนึ่งเรื่องกองทุนต้อง INDEGO
#รู้ลึกรู้จริง วิเคราะห์อย่างเป็นระบบ
#ให้คำปรึกษาที่เป็นกลางที่สุด
✅ สำหรับผู้สนใจลงทุนผ่านบริการของ INDEGO สามารถติดต่อลงทุนและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
🌐 Website: https://indegowealth.com
📧 อีเมล [email protected]
📞 โทร: 02-233-9995
🗓 ทุกวันทำการ จันทร์ – ศุกร์ เวลา 8:30 – 17:30 น.